เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday65
mod_vvisit_counterYesterday87
mod_vvisit_counterThis week478
mod_vvisit_counterLast week1129
mod_vvisit_counterThis month2292
mod_vvisit_counterLast month1178
mod_vvisit_counterAll days238041
[Start : 24 February 2011]


ปริญญาโท สาขาวิชาการสื่อสารดิจิทัล

ข้อมูลพื้นฐาน

ชื่อหลักสูตร
(ชื่อภาษาไทย) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารดิจิทัล
(ชื่อภาษาอังกฤษ) Master of Arts Program in Digital Communication

ชื่อปริญญา
ภาษาไทย ชื่อเต็ม ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารดิจิทัล)
ชื่อย่อ ศศ.ม. (การสื่อสารดิจิทัล)

ภาษาอังกฤษ ชื่อเต็ม Master of Arts (Digital Communication)
ชื่อย่อ M.A. (Digital Communication)

กำหนดการเปิดสอน

ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2553

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา
1.  คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษา การรับเข้าศึกษา การวัดผลการศึกษา ตลอดจนวิธีปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และระเบียบอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม 

2.  มีคุณสมบัติอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการประจำหลักสูตรกำหนด ดังนี้
        2.1  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษารับรอง ด้วยแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือเทียบเท่า หรือ
        2.2  กรณีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้วยแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.50 จะต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประจำหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรรับเข้าศึกษา หรือ
        2.3  ในกรณีมิได้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาตรีในวิชาเอกที่เลือกศึกษา และ/หรือไม่มีประสบการณ์ตามที่กำหนดไว้  อาจพิจารณารับเข้าศึกษาหากเห็นว่าผู้สมัครมีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้าศึกษาในวิชาเอกที่สมัครได้  ทั้งนี้ ก่อนสำเร็จการศึกษาจะต้องฝึกความเชี่ยวชาญอาชีพ (professional internship) เพื่อสร้างเสริมทักษะในวิชาชีพไม่น้อยกว่า 150 ชั่วโมง หรือ
        2.4  สำหรับผู้สมัครใน แผน ก แบบ ก (1) ซึ่งเน้นการทำวิทยานิพนธ์ จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านการสื่อสารหรือสารสนเทศมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี โดยให้แนบโครงร่างงานวิจัยที่คาดว่าจะทำวิทยานิพนธ์มาพร้อมกับใบสมัคร

การคัดเลือกผู้เข้าศึกษา

1. ผู้สมัครต้องผ่านการสอบข้อเขียน และ/หรือ การสอบสัมภาษณ์ หรือการคัดเลือกเข้าศึกษา ตามเงื่อนไขที่ คณะกรรมการประจำหลักสูตรกำหนด

2. วิธีการนอกจากนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และระเบียบอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม
 
ระบบการศึกษา
การศึกษาใช้ระบบทวิภาค  โดย 1 ปีการศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาปกติ 1 ภาคการศึกษาปกติมีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 15 สัปดาห์  สำหรับภาคฤดูร้อนให้มีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 6 สัปดาห์  และมีชั่วโมงการศึกษาเท่ากับภาคการศึกษาปกติ
การเทียบเนื้อหาวิชาให้เทียบค่าเป็นหน่วยกิต โดยกำหนดให้ 1 ชั่วโมงบรรยายต่อสัปดาห์  ต่อภาคการศึกษาปกติ เท่ากับ 1 หน่วยกิต และ 2-3 ชั่วโมงปฏิบัติทดลองหรือปฏิบัติงาน เพื่อเสริมทักษะต่อสัปดาห์ต่อภาคการศึกษาปกติเท่ากับ 1 หน่วยกิต ส่วนการฝึกงานหรือการฝึกภาคสนามหรือภาคปฏิบัติอื่น ๆ ให้เป็นไปตามลักษณะวิชาของแต่ละรายวิชา

ระยะเวลาการศึกษา
นักศึกษาจะต้องศึกษาให้สำเร็จการศึกษาตลอดหลักสูตรระดับปริญญาโท ไม่น้อยกว่า 2 ปี และให้ใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปีการศึกษา  ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

การลงทะเบียนเรียน
การลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาให้ลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน 15 หน่วยกิต ในแต่ละภาคการศึกษาปกติ หรือตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
 

การวัดผลและการสำเร็จการศึกษา
1.1  การวัดผลและประเมินผลการศึกษา  ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และระเบียบอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องโดยอนุโลม

1.2  เกณฑ์การสำเร็จการศึกษา 
        1.2.1  แผน ก แบบ ก (1)  เสนอวิทยานิพนธ์และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย  โดยคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง และผลงานวิทยานิพนธ์จะต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมทางวิชาการที่มีรายงานการประชุม (proceeding) อย่างน้อย 1 เรื่อง
        1.2.2  แผน ก แบบ ก (2)  ศึกษารายวิชาครบถ้วนตามที่กำหนดในหลักสูตร โดยจะต้องได้รับระดับคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 พร้อมทั้งเสนอวิทยานิพนธ์และสอบผ่านการสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย  โดยคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง และผลงานวิทยานิพนธ์จะต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมทางวิชาการที่มีรายงานการประชุม (proceeding) อย่างน้อย 1 เรื่อง
        1.2.3  แผน ข  ศึกษารายวิชาครบถ้วนตามที่กำหนดในหลักสูตร โดยจะต้องได้รับระดับคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00  สอบผ่านการสอบประมวลความรู้ (comprehensive examination) ด้วยข้อเขียนและ/หรือการสอบปากเปล่า  ต้องเสนอรายงานการค้นคว้าอิสระฉบับสมบูรณ์ และสอบผ่านการค้นคว้าอิสระ

นิยามการสื่อสารดิจิทัล

การสื่อสารดิจิทัล คือ การสื่อสารที่มีประสิทธิผล (effective communication) โดยใช้ทักษะในการออกแบบและสร้าง (create) สาร อย่างน่าสนใจและจูงใจ โดยใช้สื่อร่วมสมัย อย่างมีประสิทธิภาพ (efficiency) ทั้งภาพ เสียง ข้อความ และสื่อผสม โดยเฉพาะ สื่อดิจิทัล (digital media) เช่น e-mail, blogging, podcasting, video, digital narratives, e-portfolio, e-learning, digital document, Dynamic website และ rich internet application เป็นต้น

การสื่อสารดิจิทัล จะรวมทั้งการสร้างความคิดรวบยอด (conceptualizing) การผลิตสาร (producing) การถ่ายทอดสาร (delivering) และการรับสาร (receiving)
ด้วย (Aho, Kirsti, 2005)

ปรัชญาหลักสูตร

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาบัณฑิตทางการสื่อสาร และสารสนเทศให้เป็นผู้อุดมด้วยพลังปัญญา และพลังความดีงาม

วัตถุประสงค์

1. เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรอบรู้ทางวิชาการ ทักษะด้านการสื่อสาร และสารสนเทศ ตลอดจนมีขีดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ เพื่อสนองตอบ ความต้องการของสังคม

2. เพื่อผลิตบุคลากรที่มีกระบวนทัศน์ และทักษะการคิดระดับสูง สามารถรังสรรค์ องค์ความรู้ใหม่ และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า

3. เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกในการเป็นนักสารสนเทศและการสื่อสารที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรมในวิชาชีพ ที่ยึดมั่นในความดีงาม

4. เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถระดับสูง ในการประยุกต์ใช้ สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย

5. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างอาจารย์ บุคลากรภาครัฐ และเอกชน ชุมชน และนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

สายอาชีพ

ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานตามลักษณะกลุ่มวิชาที่ศึกษา 5 กลุ่ม ได้แก่
1. การสื่อสารกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น Community of Practice Director, Health Communication Support Director, Comunity Relation Director
2. การสื่อสารเพื่อการบริหารจัดการ เช่น CEO, CIO, Project Manager, Human Resource Manager
3. การสื่อสารแบบมืออาชีพ เช่น Concert Tour Manager, Studio Manager, TV Director / Producer, Creative Director, Editor
4. พื้นฐานสื่อดิจิทัล เช่น Media Planner, Technical Director, Theatre Tech Director, Web Administrator, Interactive Designer
5. การสื่อสารการเกษตรภูมิศาสตร์สารสนเทศ เช่น Agricultural Communication Specialist, Local Adminstrator/Planner: Geo Informatics